อันตราย หมอชี้อย่าลองพริก แคโรไลน่า รีปเปอร์ เกินขนาด หลังแอดมินเพจรีวิวดังจบที่รพ.

อันตราย หมอชี้อย่าลองพริก แคโรไลน่า รีปเปอร์ เกินขนาด หลังแอดมินเพจรีวิวดังจบที่รพ.

หลังจากที่แอดมินเพจดัง กูจะรีวิวแม่งทุกอย่างในโลก แชร์ประสบการณ์เข้าโรงพยาบาลเพราะกินผัดกะเพราที่ผสมพริกแคโรไลน่า รีปเปอร์ (Carolina Reaper) ที่ได้ชื่อว่าเผ็ดที่สุดในโลก โดยอธิบายว่ารู้สึกปวดแสบปวดร้อนท้องมาก เหงื่อออกท่วมตัว ตาเริ่มพร่ามัว ปลายมือเย็น มือสั่น จนต้องเข้าโรงพยาบาล และใช้เวลาอยู่นานมากกว่าจะดีขึ้นนั้น

ล่าสุดวานนี้ (22 พ.ค.) แพทย์หญิงจริยา แสงสัจจา รองผู้อำนวยการศูนย์แพทย์ และอดีต ผอ.สถาบันบำราศนราดูร 

ได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า พริกที่มีความเผ็ดระดับนี้ ทำให้สัตว์ทดลองชักตายมาแล้ว แม้ว่าในคนจะยังไม่พบการเสียชีวิต แต่หากรับประทานเข้าไปมากๆ ก็จะเกิดอาการที่ทรมานต่างๆ ดังกล่าว พริกคาโรไลนา รีปเปอร์นี้มีความเผ็ด 1,569,300 สโกวิลล์ เทียบกับพริกขี้หนู (Bird’s Eye Chili) ที่มีความเผ็ดเพียง 100,000-225,000 สโกวิลล์ เท่านั้น

ที่ผ่านมา ในต่างต่างประเทศได้ใช้พริกชนิดนี้มาทำเป็นยา โดยเฉพาะยารักษาอาการปวดเพราะมีสารแคปไซซิน หากผู้ที่เป็นโรคทางเดินหายใจรับประทานเข้าไปจะเป็นอันตรายมาก อาจเสี่ยงกับหลอดลม ทำให้หายใจไม่ได้ กรณีสัมผัสกับผิวหนัง แนะนำให้ใช้วาสลีนปิโตรเลียมเช็ดทำความสะอาดแทนการใช้น้ำเพราะสารชนิดนี้ไม่ละลายในน้ำ

แพทย์หญิงจริยา ได้เตือนประชาชนว่าไม่ควรท้าประลองชิมเพราะ มีความเสี่ยงต่อร่างกายหากรับประทานมากไป ควรเลือกกินพริกธรรมดาที่เผ็ดระดับปกติในปริมาณที่พอเหมาะจะดีที่สุด ด้านเจ้าของร้านกะเพราตาแป๊ะ นายวรกฤต สกุลเลี่ยว หรือคุณแป๊ะ ที่เพจไปรีวิวนั้น เล่าว่าแอดมินเพจเป็นเพื่อนกัน และเป็นคนชอบอาหารรสเผ็ด โดยบอกให้ตนทำผัดกะเพราหมูใส่พริกคาโรไลนา รีปเปอร์ ซึ่งปกติตนจะใส่เพียงครึ่งเม็ด แต่เพื่อนบอกให้ใส่ไปเลย 3 เม็ดเพราะอยากลองดู หลังจากกินไปได้ครึ่งจาน เพื่อนเริ่มมีอาการแสบปาก ปากพอง เหงื่อแตก ตนจึงให้กินนมไป 1 แกลลอนสลับกับน้ำเปล่า ตนเห็นว่าเพื่อนไม่ไหวจึงให้หยุดกินผัดกะเพราจานดังกล่าว ขณะนี้เพื่อนอาการปลอดภัยแล้วและเข็ดกับการกินเผ็ด

พ่อทหารเกณฑ์ร้อง ลูกตายในค่ายปริศนา ทหารเกณฑ์เสียชีวิตในค่าย – วันที่ 23 พ.ค. การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักว่าทุกข์มากแล้ว ยิ่งเป็นการเสียลูกชายเพียงคนเดียว ผู้เปรียบเหมือนแก้วตาดวงใจอย่างเป็นปริศนายิ่งทำให้หัวอกคนเป็นพ่อแม่ยิ่งเจ็บช้ำหนัก เรื่องราวโชคร้ายนี้เกิดขึ้นกับครอบครัว นายคำแพง นันทบุตร ที่ลูกชายต้องห่างบ้านไปเป็นทหารเกณฑ์กว่า 11 เดือน ก่อนจะได้รับแจ้งว่าเสียชีวิตเป็นศพ

ประเด็นเรื่องการตายเป็นสิ่งที่ทำให้กรณีของ พลทหารลือชานนท์ นันทบุตร หรือ นนท์ อายุ 22 ปี คลุมเครือและสร้างบาดเเผลทางใจให้กับครอบครัว เพราะคิดว่าลูกอาจจะไม่ได้ตายด้วยสาเหตุปกติ เนื่องจากญาติอ้างว่าสอบถามเพื่อนพลหทาร พูดไม่ตรงกัน บ้างก็บอกว่าไหลตาย บ้างบอกว่าถูกไฟช๊อต อีกคนบอกตกตึกจากชั้น 7 ลงมากระแทกชั้น 2 จึงเสียชีวิต แต่ผลจากนิติวิทยาศาสตร์ของแพทย์ชันสูตรระบุว่า พลทหารลือชานนท์ เสียชีวิต “กระดูกสันหลังส่วนอกท่อนที่ 3 หักเคลื่อน จากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก”

ผู้เป็นแม่และพ่อ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนหน้าลูกจะเสียชีวิต เคยมาเล่าให้ฟังว่า มีปัญหากับพลทหารร่วมค่าย เพราะไปห้ามไม่ให้ดื่มเหล้า ทำให้พลทหารดังกล่าวไม่พอใจรุมทำร้ายร่างกาย จึงเชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตของลูกน่าจะมาจากเหตุดังกล่าว ขณะที่ พลตรีกฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ยืนยันว่าพลทหารลือชานนท์ ได้ปีนตึกแล้วประสบอุบัติเหตุพลัดตกลงมา ซึ่งผู้เสียชีวิตปีนขึ้นไปเพียงลำพัง ไม่ได้เสียชีวิตจากการถูกซ้อม (ผ่านไป 3 วัน เพิ่งพบศพในที่เกิดเหตุ: ตามคำกล่าวอ้างของญาติ)

ทำไม Huawei ถึงถูกแบนจากสหรัฐอเมริกา

จากกรณ์ที่สหัฐอเมริกา โดยประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ประกาศแบน Huawei บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟน และเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน ที่กลายเป็นปัญหาระดับชาติ ซึ่งหลายๆคนอาจมองว่ามันเป็นการกีดกันทางการค้าและกลัวว่าจะโดนจีนแซง และปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศ ซึ่งก็อาจมีส่วนอยู่บ้างในข้อนี้ แต่ในทางกลับกันจริง ๆ แล้วจีนก็กีดกันไม่ให้เทคโนโลยีสหรัฐฯ อย่าง Google หรือ Facebook เข้าไปทำธุรกิจเช่นกัน ฟังดูแล้วก็แฟร์ดีนะ เว้นแต่ว่า ในความเป็นจริงมันมีอะไรที่มากกว่านั้น

ต้นตอของคำสั่งแบนดังกล่าวมีสาเหตุเริ่มต้นมาจากเรื่องของ การทรัพย์สินทางปัญญา ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่กลับกันบางบริษัทกลับทำอีกแบบ ประมาณว่าเอามาใช้เลย ไม่จ่ายค่า License ด้วย จับได้ค่อยมาฟ้องทีหลัง ซึ่ง Huawei เองก็เคยมีปัญหากับหลายๆบริษัทมาก่อน เช่น

2003 ที่ Huawei ไป “แฮค” Source Code ของ Cisco แล้วเอามาใส่ใน Router ของตัวเองขายตัดราคา 2007 หัวเว่ยจ่ายเงินให้พนักงาน Motorola เพื่อซื้อข้อมูลลับของบริษัทและเอามาทำเป็นโปรดักส์ของตัวเอง จนเป็นคดีความใหญ่โต 2012 Huawei พยายามขโมยข้อมูลสำคัญของการผลิตหุ่นยนต์ทดสอบมือถือของ T-Mobile และมีการแอบถ่ายรูปส่งกลับไปจีนให้ Huawei China 2014 ให้นักประดิษฐ์ชาวโปรตุเกสบินมานำเสนอ “กล้อง 360 แบบเสียบมือถือ” แต่ไม่ซื้อ และเปิดตัวกล้อง Envizion 360 ที่เหมือนกับผลงานที่นักประดิษฐ์คนนี้นำไปเสนอทุกกระเบียดนิ้วในปี 2017

2019 นำ MPEG ของเยอรมันไปใช้โดยเฉยๆ โดยไม่จ่ายค่าสิทธิบัตร และโดนเยอรมันฟ้องร้องจนต้องยอมจ่าย อย่างไรก็ตามในมุมมองของสหรัฐ ฯ “มันคือสิ่งจำเป็น” แม้จะทำให้ตัวเองเจ็บและดูแย่ในสายตาชาวโลก แต่ในระยะยาวคนที่ได้ประโยชน์มากกว่าคือสหรัฐ ฯ เหมือนนโยบายของประธานาธิบดี ทัรมป์ได้ลั่นวาจาไว้ว่า “America First”

credit : cheapforoakleysunglasses.com cheapoakleysunglassesv.org chicagowalks.org chucklebrain.com coloquiosdelapuntadelamona.org commerciallighting.org copycristian.org divasdelblues.com drbucklew.com