มอบตัวแล้ว คนขับชนยายขายข้าวต้มมัด อ้างหลับใน-คิดว่าตกหลุม

มอบตัวแล้ว คนขับชนยายขายข้าวต้มมัด อ้างหลับใน-คิดว่าตกหลุม

หลังจากกรณียายขายข้าวต้มมัดในจ.บุรีรัมย์ นางพรวน งาตา อายุ 60 ปี โดนชนแล้วหนีบริเวณถนนสายระกา-กระสัง ต.กระสัง เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมาจนทำนางพรวนบาดเจ็บ และรถพร้อมข้าวของพังเสียหายนั้น (อ่านข่าวเพิ่มเติม ชนแล้วหนียายขายข้าวต้มมัดวัย 60 ตำรวจเร่งล่าตัว) ล่าสุดคนขับรถคันดังกล่าวคือนาย บัญชา ตะลาโส อายุ 35 ปี ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้วเช้านี้ (23 พ.ค.)

โดยนายบัญชาซึ่งเป็นคนขับรถกระบะแช่แข็งบรรทุกอาหารสดของบริษัทแห่งหนึ่งบอกกับตำรวจว่า

 เมื่อวันเกิดเหตุ ตนวูบหลับ บวกกับขณะเกิดเหตุยังเช้ามืดจึงมองเห็นไม่ชัด ตนไม่รู้สึกตัวว่าชนยาย แต่รู้สึกเหมือนขับรถตกหลุม และมาทราบภายหลังเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อไปยังบริษัท ตนจึงเข้ามอบตัว

นอกจากนี้ นายบัญชายังกล่าวด้วยว่าตนไม่ได้มีเจตนาจะหลบหนี และหากรู้ว่าชนคงลงไปช่วย แต่เพราะไม่รู้ตัวจึงขับต่อไปตามปกติ ตอนนี้อยากจะขอโทษยายและพร้อมจะชดเชยค่าเสียหาย ทั้งนี้ หลังจากที่มีการเผยแพร่เรื่องราวของยายพรวน ได้มีผู้คนจากโซเชียลมีเดียบริจาคเงินช่วยเหลือยายกว่า 50,000 บาท

Huawei ไม่ใช่มีคู่แข่งทางธุรกิจแค่สหรัฐฯ แต่ยังรวมไปถึง Samsung ของเกาหลีอีกด้วย โดยทั้งสองค่ายเริ่มต้นมีคดีฟ้องร้องกันเรื่องสิทธิบัตรต่างๆ มาตั้งแต่ปี 2016 แล้ว โดยเริ่มต้นจากสิทธิบัตร LTE เป็นอย่างแรก และเรื่องสิทธิบัตรอื่นๆกว่า 40 รายการ แต่หลังจากที่สหรัฐฯทั้งบอมบ์ลูกใหญ่ใส่ Huawei ก็ดีเหมือนว่าจะทำให้ปัญหาระหว่าง Samsung คลี่คลายไนทางที่ดีขึ้น (ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า) 

โดยทั้งสองเลือกที่จะยุติข้อพิพาท และเลือกที่จะจับมือ ใช้สิทธิบัตรพื้นฐานร่วมกันครับ แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทั้งสองจะใช้สิทธิบัตรขั้นพื้นฐานตัวไหนร่วมกัน เช่นเดียวกับในกรณีของ Apple เมื่อเดือนที่ผ่านมา Apple และ Qualcomm ก็เพิ่งจะยุติคดีความเรื่องสิทธิบัตรชิปโมเด็ม ทว่าครั้งนี้  Apple เป็นฝ่ายแพ้ Qualcomm ไป

อาสากู้ภัยภูเก็ต เล่าวินาทีถูก 2 โจ๋ใช้ขวานไล่ทุบรถ เสียหายร่วม 5 หมื่นบาท

จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ “Kaew Detnarong” หรือ นาย เดชณรงค์ ส่งแสงซึ่งเป็นทนายความ และเป็นอาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ได้โพสต์ภาพนิ่งและวีดิโอคลิปความยาวประมาณ 04.34 นาที พร้อมข้อความระบุว่า “ฝากตามหาตัวกันหน่อยครับ มีคลิปกล้องหน้ารถหลังรถ วันที่ 20 พ.ค. 62 เวลาประมาณ 16.45 น. พร้อมเขียนอธิบายเหตุการณ์ว่าตนได้ขับรถพยาบาลอาสาสมัคร รหัส เทพกระษัตรี 05 จากนาคามุ่งหน้าแยกเซ็นทรัล พอขึ้นจากอุโมงค์หน้าห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ก็วิ่งอยู่เลนขวาสุด แล้วก็เปลี่ยนเข้าเลนกลาง เมื่อเข้าเลนกลางแล้ว องกระจกมองข้างด้านซ้าย เห็นจักรยานยนต์ จากเลนซ้ายจะแซงรถกระบะสีแดง จึงได้บีบแตรเตือน เพราะรถเกือบจะชนด้านซ้ายของรถพยาบาลแล้ว ปรากฏว่าคนซ้อนจักรยานยนต์ ได้ใช้ของแข็งขว้างใส่กระจกหลังรถพยาบาลหลังจากนั้นได้มีการทุบรถอีกหลายครั้งโดยใช้ขวานทุบจนกระจกแตก ซึ่งหลังเกิดเหตุ ได้เดินทางไปยังสภ.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต พบ พนักงานสอบสวน สภ.วิชิต เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ไว้ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.วิชิต และชุดสืบสวนภูธรจังหวัดภูเก็ต ติดตามตัวสองวัยรุ่นผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมาย และได้ทำการขออนุมัติออกหมายจับต่อศาลจังหวัดภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตำรวจได้แจ้งข้อ กล่าวหาว่า “ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยและทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้พบกับนาย เดชณรงค์ ส่งแสง ซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความและเป็นอาสากู้ภัยมุลนิธิกุศลธรรมซึ่งเป็นคนขับรถคันดังกล่าวเปิดเผยเมื่อเวลาประมาณ เมื่อ 16.45 น. วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ขับรถพยาบาลอาสาสมัคร รหัส เทพกระษัตรี 05 จากนาคามุ่งหน้าแยกเซ็นทรัล พอขึ้นจากอุโมงค์หน้าห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ก็วิ่งอยู่เลนขวาสุด แล้วก็เปลี่ยนเข้าเลนกลาง เมื่อเข้าเลนกลางแล้ว องกระจกมองข้างด้านซ้าย เห็น จยย. จากเลนซ้ายจะแซงรถกระบะสีแดง จึงได้บีบแตรเตือน เพราะรถเกือบจะชนด้านซ้ายของรถพยาบาลแล้ว ปรากฏว่าคนซ้อน จยย. ได้ใช้ของแข็งขว้างใส่กระจกหลังรถพยาบาล ตนจึงชะลอรถ คนขับจยย.ได้ขับมาเทียบข้างและบอกให้จอด ตนจึงบอกว่าได้ แต่มองเห็นทางกระจกว่า คนซ้อนได้ชักอาวุธสีดำออกมา จึงได้ขับรถต่อไปไม่จอด แต่เขาก็ขับตามมา และบอกให้จอด ตนก็ขับไปเรื่อยๆ เพราะถ้าเขาไม่ตามมาก็จะได้เลี้ยวเข้าโลตัสเพื่อไปซื้อยาใส่รถพยาบาล ปรากฏว่าเขาลงมาจาก จยย.และวิ่งตามมา ตนจึงได้เร่งขับออกไป

ทั้งสองขึ้นรถขับตามมาขว้างของแข็งใส่กระจกอีกครั้ง แล้วเร่งแซงขึ้นมาทางด้านคนขับ คนซ้อนได้เงื้อมีดจะแทงกระจกฝั่งคนขับ ตนจึงเบี่ยงรถไปหาเขา เพื่อให้เขาหลบออกไป แต่เขาได้เร่งแซงขึ้นหน้ารถ และชี้หน้าด้วยมีดในมือ ตนเห็นว่าเขาไม่ปล่อยตนแน่ ตนจึงได้เบิ้ลเครื่องขู่ แต่เขาใช้มีดแทงหน้ารถ ตนจึงเร่งเครื่องเบียดรถ จยย. เพื่อให้เขากลัว แต่ปรากฏว่าเขาได้ขับไล่ตามมาใช้ขวานฟันกระจกหลังรถและกระจกด้านข้าง ตนจึงได้เร่งเครื่องหนี และมีตำรวจจราจรขับรถอยู่ด้านหน้าไกลๆ เขาเห็นตำรวจจึงเลี้ยวรถกลับไปทางโลตัส ซึ่งนายเดชณรงค์ ยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะกลัวอันตรายจะเกิดขึ้นกับตัวเองและหวั่นจะทำให้รถคันอื่นเกิดความไม่ปลอดภัยด้วยแต่ก็ยังยืนยันว่าที่ไม่ตัดสินขับรถชนผู้ต้องหาทั้งสองเพื่อป้องกันตัวเองนั้นเพราะว่าตนถูกสอนมาให้ช่วยคนจึงไม่ต้องการทำร้ายคู่กรณี

ส่วนรถอาสากู้ชีพคันดังกล่าวกระจกด้านหลังและด้านข้าแตกเสียหายจำนวน 3 บานหลังเกิดเหตุตนก็ได้ไปเปลี่ยนเรียบร้อยแล้วซึ่งความเสียหายครั้งนี้ประมาณ 5 หมื่นบาท ขณะความคืบหน้าด้านคดีล่าสุดมีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้แล้วแต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด